ตรวจสถานะทนายความจากสภาทนายความและข้อควรระวังก่อนจ่ายเงิน
ทำไมการตรวจสอบสถานะทนายความจึงสำคัญกว่าที่คิด
คนส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ทนายมักอยู่ในช่วงกดดัน ทั้งถูกฟ้อง ถูกแจ้งความ หรือกำลังเจรจาเรื่องที่ดินกับญาติ เลยเลือกจ้างทนายจากคนรู้จักแนะนำหรือจากโพสต์ในกลุ่มออนไลน์ ซึ่งบอกได้แค่ว่าเคยใช้แล้วจบดี ไม่ได้บอกว่าผู้นั้นยังมีสิทธิว่าความอยู่หรือไม่
ในระบบไทย ผู้ที่ยื่นว่าความต่อศาลได้ต้องเป็นสมาชิกสภาทนายความและมีใบอนุญาตให้เป็นทนายความที่ยังไม่ถูกเพิกถอน การตรวจสอบรายชื่อทนายความกับสภาทนายความจึงเป็นด่านแรกที่ทำได้ฟรีและใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ก่อนจะพูดถึงค่าจ้างหรือเซ็นสัญญาใด ๆ
ปัญหาที่พบบ่อยคือทนายบางรายถูกสั่งพักใบอนุญาตชั่วคราวแต่ยังรับงานใหม่ เพราะลูกความไม่เคยตรวจสอบสถานะทนายความเลย เมื่อคดีมาถึงศาลและคำร้องถูกตีกลับด้วยเหตุผลเรื่องคุณสมบัติของผู้แทน ความเสียหายที่เกิดกับลูกความนั้นแก้คืนยากกว่าการเช็กชื่อตั้งแต่ต้นมาก
ขั้นตอนตรวจสอบรายชื่อทนายความกับสภาทนายความ
สภาทนายความมีระบบค้นหาข้อมูลสมาชิกผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ข้อมูลที่ต้องเตรียมมีเพียงชื่อและนามสกุลของทนาย หรือเลขทะเบียนใบอนุญาตหากมีอยู่แล้ว ผลลัพธ์จะแสดงสถานะสมาชิกและเลขทะเบียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจดเก็บไว้คู่กับสำเนาบัตรประชาชนของทนาย
ข้อควรระวังเรื่องการพิมพ์ชื่อคือ ชื่อไทยมักเขียนได้หลายแบบ ทั้งมีและไม่มีคำนำหน้า หรือสะกดด้วย ส ชอบ้าง ส์ บ้าง หากค้นแล้วไม่พบ ให้ลองสะกดแบบอื่นก่อนสรุปว่าผู้นั้นไม่ได้เป็นสมาชิก เพราะการหาคนผิดด้วยความเข้าใจผิดเรื่องการสะกดชื่อสร้างความเสียหายกับทนายที่ทำงานถูกต้องได้เช่นกัน
กรณีที่ผลค้นหาขึ้นว่าอยู่ระหว่างถูกสอบสวน
บางครั้งระบบแสดงว่ายังเป็นสมาชิกแต่มีหมายเหตุเกี่ยวกับสถานะทางวินัย นี่คือจุดที่ควรถามตรง ๆ ว่าคดีของผู้ว่าจ้างจะได้รับผลกระทบหรือไม่ และควรขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องผู้ที่จะไปว่าความแทนในชั้นศาล หากคำตอบวกวนหรือเลี่ยงที่จะให้ข้อมูล ควรชะลอการจ่ายเงินก้อนแรกไว้ก่อน
อีกกรณีที่พบบ่อยคือทนายที่เกษียณหรือย้ายไปทำงานองค์กรแล้ว แต่ยังถูกแนะนำชื่อต่อในกลุ่มชุมชน เพราะคนแนะนำไม่รู้ว่าสถานะเปลี่ยนไปแล้ว การตรวจสอบซ้ำทุกครั้งที่เริ่มคดีใหม่จึงไม่ใช่ความไม่ไว้ใจ แต่เป็นวิธีทำงานมาตรฐานของคนที่เคยผ่านคดีมาแล้ว
สิ่งที่ระบบตรวจสอบบอกได้และบอกไม่ได้
การตรวจสอบรายชื่อบอกได้เพียงว่าบุคคลนั้นเป็นสมาชิกสภาทนายความและมีเลขทะเบียนจริง ไม่ได้บอกว่ามีความชำนาญด้านใด ไม่ได้บอกว่าชนะคดีบ่อยแค่ไหน และไม่ได้บอกว่าทำงานตรงเวลาเพียงใด ทนายที่เก่งคดีอาญาอาจไม่ถนัดงานสัญญาเชิงพาณิชย์เลย การเลือกจึงต้องดูประสบการณ์เฉพาะทางประกอบเสมอ
ในทางกลับกัน การที่搜索结果ขึ้นว่ามีชื่ออยู่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีประวัติถูกร้องเรียน เพราะเรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอาจไม่แสดงในหน้าค้นหาสาธารณะ ผู้อาจต้องสอบถามสภาทนายความในช่องทางติดต่อโดยตรงหากมีข้อสงสัยร้ายแรง
อีกเรื่องที่หลายคนคาดหวังเกินจริงคือการคิดว่าระบบนี้ใช้ตรวจสอบทนายต่างประเทศได้ เช่น กรณีคนไทยไปมีคดีที่สิงคโปร์หรือนิวยอร์กแล้วอยากหาทนายท้องถิ่น ระบบของไทยช่วยไม่ได้ ต้องค้นหาผ่านหน่วยงานกำกับของประเทศนั้นแยกต่างหาก และควรตรวจสอบว่าทนายคนนั้นได้รับอนุญาตให้ว่าความในศาลระดับใด
สัญญาณเตือนที่เจอได้บ่อยในสำนักงานทนายความขนาดเล็ก
ทนายที่ถูกต้องจะออกใบเสร็จทุกครั้งที่รับเงินและระบุขอบเขตงานชัดเจน เช่น ค่าที่ปรึกษาแยกจากค่าดำเนินคดี และค่าเดินทางไปศาลต่างจังหวัดคิดอย่างไร ตัวเลขที่พบทั่วไปสำหรับคดีแพ่งทั่วไปอยู่ราว 30,000 ถึง 150,000 บาทขึ้นกับความซับซ้อน ส่วนคดีอาญาที่ต้องสู้ในชั้นศาลมักเริ่มที่หลักหมื่นปลายถึงหลักแสน หากมีใครเรียกเงินก้อนโตแบบไม่ระบุรายละเอียดและไม่ยอมออกเอกสาร ควรหยุดและตรวจสอบก่อน
อีกสัญญาณคือการรับปากผลคดี เช่น รับรองว่าจะชนะหรือจะได้เงินคืนแน่นอน ไม่มีทนายที่รักษาจรรยาบรรณคนใดให้คำมั่นแบบนั้นได้ เพราะผลขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาล
สุดท้าย ให้สังเกตว่าทนายยินดีให้ตรวจสอบสถานะของตนเองหรือไม่ ทนายที่ทำงานถูกต้องจะไม่รู้สึกรำคาญและมักส่งเลขทะเบียนมาให้เองตั้งแต่ต้น การตรวจสอบรายชื่อทนายความก่อนเซ็นสัญญาจึงเป็นการป้องกันปัญหาที่ถูกที่สุด และทำให้มั่นใจได้ว่าคนที่จะยืนว่าความแทนในวันนัดจริงคือคนเดียวกันกับที่ตกลงเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรก
